ท่อดักท์ Flexible

ท่อดักท์ Flexible เลือกและติดตั้งอย่างไรให้ลมไหลดีและใช้งานได้ตามสเปก

สารบัญ

  1. Flexible Duct คืออะไร
  2. Flexible Duct มีกี่แบบ
  3. ใช้ตรงไหนในระบบแอร์
  4. ทำไมไม่ควรใช้ยาวเกินไป
  5. การเลือก Diameter
  6. การเลือกแบบหุ้มฉนวน
  7. Bend Radius และการหย่อนมีผลอย่างไร
  8. วิธีต่อกับคอท่อและหัวจ่าย
  9. วิธี Support ที่ถูกต้อง
  10. เช็กลิสต์ก่อนตรวจรับ

Flexible Duct หรือท่อลมอ่อนเป็นอุปกรณ์ที่พบแทบทุกโครงการระบบปรับอากาศ เพราะช่วยเชื่อม Main Duct ไปยังหัวจ่ายได้รวดเร็ว ดัดแนวหลบงานอื่นได้ และมีน้ำหนักเบา แต่ Flexible Duct เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ระบบลมสูญเสียประสิทธิภาพได้ง่ายที่สุดเมื่อใช้งานผิด เช่น เดินยาวเกินไป ปล่อยหย่อน พับเป็นข้อศอกคม หรือบีบด้วยสายรัดแคบ

หลายคนเลือกท่อลมอ่อนจากขนาด Diameter และราคาเท่านั้น แต่สำหรับงานระบบควรดูโครงสร้างวัสดุ Temperature Range, Pressure Rating, Fire Performance และฉนวนด้วย เว็บไซต์ Duct Excel ระบุ ECONOFLEX เป็น Flexible Duct อะลูมิเนียมฟอยล์สำหรับงานระบายอากาศ มีขนาดตั้งแต่ 3–20 นิ้วและความยาวมาตรฐาน 10 เมตร ซึ่งสะท้อนว่าผลิตภัณฑ์ Flexible มีหลาย Size แต่ไม่ได้หมายความว่าควรใช้เต็ม 10 เมตรเป็น Branch ทุกเส้น

Flexible Duct คืออะไร

Flexible Duct คืออะไร

โครงสร้างทั่วไปของ Flexible Duct มี Inner Core ที่ยืดหยุ่นและลวดสปริงช่วยรักษารูป ท่อบางชนิดเป็นอะลูมิเนียมฟอยล์/โพลิเอสเตอร์ บางชนิดใช้อะลูมิเนียมกึ่งแข็ง หากเป็น Insulated Flexible Duct จะมีชั้นฉนวนรอบ Inner Core และ Outer Jacket เป็น Vapor Barrier

จุดเด่นคือสามารถโค้งตามตำแหน่งหน้างานได้โดยไม่ต้องผลิต Elbow หรือ Offset หลายชิ้น จึงเหมาะกับช่วงสุดท้ายจาก Branch ไปยัง Diffuser แต่ผิวด้านใน Corrugated ทำให้มี Friction มากกว่าท่อแข็งผิวเรียบ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ดึงให้ตึง

Flexible Duct มีกี่แบบ

Flexible Duct มีกี่แบบ

แบบไม่หุ้มฉนวน

เหมาะกับ Exhaust/Fresh Air หรือระบบที่อุณหภูมิลมใกล้เคียงสภาพแวดล้อมและไม่มีความเสี่ยง Condensation ต้องตรวจว่าประเภทงานอนุญาตให้ใช้วัสดุ Flexible หรือไม่

แบบหุ้มฉนวน

ใช้กับ Supply Air หรือพื้นที่ที่ต้องควบคุม Heat Gain ชั้นฉนวนช่วยรักษาอุณหภูมิและ Outer Jacket ช่วยควบคุมไอน้ำ ต้องซีลปลาย Outer Jacket ให้ต่อเนื่องกับฉนวนของ Plenum/Main Duct

Semi-Rigid

เป็นอะลูมิเนียมกึ่งแข็ง ดัดได้แต่ไม่ยวบเท่า Flexible Core เหมาะกับงานระบายอากาศ Dryer หรือ Hood บางประเภทตาม Rating ของผู้ผลิต

ท่อดักท์ใช้ตรงไหนในระบบแอร์

ใช้ตรงไหนในระบบแอร์

ตำแหน่งที่เหมาะที่สุดคือช่วงปลายระบบที่ต้อง Align เข้ากับคอ Diffuser ซึ่งอาจไม่ตรงกับ Branch Duct 100% Flexible ช่วยให้ช่างติดตั้งได้โดยไม่ต้อง Fabricate Offset ขนาดเล็กหลายชิ้น และช่วยแยกการสั่นสะเทือนบางส่วน

ไม่ควรใช้แทน Main Duct หรือเดินยาวหลายช่วงเพียงเพราะติดตั้งง่าย หากระบบมี Airflow สูง ระยะทางยาว หรือ Static Pressure จำกัด ท่อแข็งจะควบคุม Pressure Loss ได้ดีกว่า

ทำไมไม่ควรใช้ยาวเกินไป

Friction Loss ของ Flexible Duct เพิ่มอย่างมากเมื่อท่อหดหรือย่น Inner Core ที่ยาว 3 เมตรแต่ถูกติดตั้งในระยะ 2 เมตรจะมีริ้วจำนวนมากมากกว่าท่อที่ดึงตึง ริ้วเหล่านี้สร้าง Turbulence และลด Airflow

ระยะยาวยังทำให้เกิด Sag ระหว่าง Support และเพิ่มจำนวน Bend การตัดท่อให้พอดีความยาวจริงและออกแบบ Main/Branch Duct ให้เข้ามาใกล้ Diffuser จึงเป็นวิธีที่ช่วยประสิทธิภาพมากกว่าการปล่อย Flexible ยาว ๆ

การเลือก Diameter ท่อดักท์

การเลือก Diameter

Diameter ต้องสัมพันธ์กับ Design Airflow และ Velocity ไม่ควรลดขนาดเพื่อให้ลอดช่องแคบ เพราะ Pressure Loss จะเพิ่ม หากหัวจ่ายมีคอ 8 นิ้ว แต่ Design ต้องใช้ Airflow สูงมาก การใช้ Flexible 6 นิ้วต่อผ่าน Reducer อาจทำให้เสียงและลมตก

ควรตรวจ Equivalent Length ของ Bend และ Transition ในการคำนวณ Static Pressure หาก Indoor Unit มี External Static ต่ำ เช่น Ducted Split ขนาดเล็ก Flexible ที่เล็กหรือยาวเกินไปสามารถทำให้ระบบผิดสมดุลได้ชัดเจน

การเลือกแบบหุ้มฉนวน

พิจารณาอุณหภูมิ Supply Air, อุณหภูมิและ RH เหนือฝ้า, ความหนาฉนวน และ Density หากเหนือฝ้าร้อนและชื้น ความเสี่ยง Condensation สูงกว่าพื้นที่ปรับอากาศ ชั้น Outer Jacket ต้องเป็น Vapor Barrier ที่ต่อเนื่อง

อย่าใช้เทปทั่วไปกับรอยต่อฟอยล์หากสเปกต้องการ Aluminium Foil Tape หรือระบบ Seal ที่มีค่า Vapor Permeance เหมาะสม การรัดเพียง Inner Core แล้วปล่อย Outer Jacket เปิดคือสาเหตุหนึ่งของฉนวนชื้น

Bend Radius และการหย่อนมีผลอย่างไรกับงานท่อดักท์

Bend Radius และการหย่อนมีผลอย่างไร

ข้อโค้งที่คมทำให้พื้นที่หน้าตัดภายในยุบและเกิด Turbulence ควรทำ Bend Radius ใหญ่ที่สุดเท่าที่พื้นที่อนุญาต และไม่ให้ท่อพาดกับขอบเหล็กจนบีบตัว

Sag ระหว่าง Support มากทำให้เกิดคลื่นหลายจุด การแขวนที่ระยะเหมาะสมและใช้ Strap กว้างช่วยรักษารูปท่อ ไม่ควรใช้ลวดเส้นเล็กรัดเพราะจะบีบฉนวนและ Core

วิธีต่อกับคอท่อและหัวจ่าย

หลักทั่วไปคือสวม Inner Core เข้า Connector ตามระยะที่เหมาะสม ซีลและรัดให้แน่น จากนั้นดึงฉนวนครอบ Joint แล้วปิด Outer Jacket ด้วย Foil Tape/Clamp ตามคำแนะนำผู้ผลิต หากเป็นท่อไม่หุ้มฉนวนก็ต้องซีลจุดต่อเพื่อลด Air Leakage

ปลายท่อควรไม่มีการบิด Torque ที่ดึงคอ Diffuser เอียง Plenum Box และ Diffuser ต้องมี Support ของตัวเอง ไม่ให้ Flexible Duct รับน้ำหนักทั้งหมด

วิธี Support ที่ถูกต้อง

วิธี Support ที่ถูกต้อง

ใช้ Hanger/Strap ที่มีหน้ากว้างพอ กระจายน้ำหนักและไม่ทำให้ Diameter ลด ระยะ Support ต้องเป็นไปตามคู่มือผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดโครงการ โดยจัดแนวให้ท่อยืดและโค้งอย่างนุ่มนวล

หากต้องข้าม Beam หรือระบบอื่น ไม่ควรบีบท่อให้แบนเพื่อหลบ ให้ปรับ Branch Duct หรือใช้ Fitting แข็งเพื่อผ่านจุดวิกฤตแล้วต่อ Flexible ในช่วงที่มีพื้นที่

เช็กลิสต์ก่อนตรวจรับ

ตรวจ Product Code, Diameter, ฉนวน และ Fire Test ให้ตรง Submittal ตรวจความยาวจริงของแต่ละเส้น ไม่มีท่อขดค้าง ไม่เกิด Sag มาก ไม่มี Bend คม และทุก Joint ซีลครบ

เดินระบบแล้ววัด Airflow ที่หัวจ่าย หากหัวใดลมต่ำผิดปกติให้เปิดฝ้าตรวจ Flexible ก่อนปรับ Damper มากเกินไป เพราะท่อพับหรือยุบเป็นสาเหตุที่แก้ได้ง่ายเมื่อเห็นต้นเหตุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *